รัฐมนตรี-เจ้ามือเก่า-นักลงทุน จับมือดันบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย

สำหรับแนวคิดการเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในเมืองไทย ผู้จัดการรายนี้เห็นด้วยกับการมีบ่อนคาสิโนในเมืองไทย เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ “ที่อื่นเขากอบโกยเงินกันไปเท่าไหร่แล้ว ผมไปดูงานที่เก็นติ้ง มาเลเซีย เขาทั้งลูกเอาไปเลย ผมว่าถ้าเมืองไทยมี ดี แต่อยู่ที่การควบคุม คุณอาจจะทำเป็นเขตพิเศษหรืออะไรก็ได้ แล้วเก็บภาษีให้ดี อย่ามองว่านี่คือบ่อน หรือพวกผีพนัน ถ้ามองแบบนี้ก็จะกดบ่อนให้ต่ำ แต่เมืองนอกเขาแชร์ เท่ากันหมด มันคือสถานที่สำหรับผ่อนคลาย ที่สำหรับความบันเทิง ใคร ๆ ก็อยากไปเที่ยวลาสเวกัส เล่นไม่เล่นก็ช่าง”

เขากล่าวว่า หากจะทดลองเปิดควรเลือกแหล่งที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก อย่างพัทยาหรือภูเก็ต เพื่อกอบโกยเงินตราต่างประเทศ และควรให้มองว่าเป็นแหล่งบันเทิง เป็นเอ็นเตอร์เทนเม็นต์ คอมเพล็กซ์ อย่าไปมองว่าเป็นคาสิโน หลังจากนั้นจึงค่อยขยายตัวออกไป ทดลองหามาตรการสำหรับคนต่างชาติ ซึ่งเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูงกว่า ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้แก่การดูแลบ่อนคาสิโนต่อไป แล้วจึงนำมาลองใช้กับคนเอเชียหรือคนไทย “เราป้องกันคนไม่ให้ไปเล่นไม่ได้ ผมถามว่าจะตั้งในเมืองไทย เขาจะให้คนไทยเข้าไปเล่นหรือเปล่า ถ้าตั้งบ่อนคาสิโนในเมืองไทย แต่รับเฉพาะคนต่างชาติ ก็จะเหมือนกับที่ท่าขี้เหล็ก ที่นั่นจะมีแถวตีนสะพาน แถวตลาดท่าล้อ เขาเรียกว่าบ่อนปงถุน เป็นภาษาพม่า พวกขาใหญ่ แทงหนัก ขึ้นไปอยู่ข้างบน แต่ข้างล่างมีตำรวจเก็บส่วย พวกที่มีเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เล่นข้างล่างซะ”

เมื่อถามถึงข่าวที่ว่า หากมีการอนุญาตให้เปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายจริง นักธุรกิจที่จะมาลงทุนได้ถูกวางตัวไว้หมดแล้วจากกลุ่มการเมือง เขาแสดงความเห็นว่า รัฐมนตรีส่วนใหญ่ก็เป็นนักเล่น อาจจะจับมือกับเจ้ามือเก่า และนักธุรกิจที่อยากลงทุน น่าจะร่วมกันผลักดันให้เปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย “ใครวางแผน คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นคนวางแผนทั้งนั้น ถามผม ผมก็แค่ลูกกระจ๊อกตัวหนึ่ง จริงๆ มันถูกวางไว้หมดแล้ว”

หัวใจของบ่อนคือความไว้เนื้อเชื่อใจ

เมื่อถามว่าอะไรคือหัวใจสำคัญของธุรกิจบ่อนคาสิโน เขาตอบว่าความไว้เนื้อเชื่อใจที่ลูกค้ามีต่อบ่อน เขาอธิบายว่าลูกค้าทุกคนที่เข้าบ่อน คิดเหมือนกันคือ ต้องการมาเอาเงินจากบ่อน แต่บ่อนจะคิดเหมือนลูกค้าคือจะเอาเงินจากลูกค้าอย่างเดียวไม่ได้  เขาจึงเน้นย้ำว่าบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ จะโกงลูกค้าไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะทำให้บ่อนเสียชื่อทันที และไม่มีลูกค้าเข้ามาเล่น แต่บ่อนขนาดเล็กอาจจะมีการโกงลูกค้า

“บ่อนใหญ่โกงลูกค้าไม่ได้ครับ แต่คนเล่นโกงได้ โกงได้จริง ๆ บางทีกก ๆ อยู่ ใต้แขนเสื้อยังดึงออกมาได้เลย พวกโป๊กเกอร์น่ะโกงง่าย” เขาบอกว่าในกรณีที่ลูกค้ามือขึ้นมาก ๆ ทางบ่อนไม่มีนโยบายขอให้ลูกค้าหยุดเล่น แต่ที่อื่นมี “บางคนไพ่เขาขึ้นดี ลง 10 ล้าน เรามึนเลย คุณได้ เราดีใจ ถ้าคุณกลับมาอีก ถ้าคุณได้ แล้วไม่กลับมาอีก เราเสียดายเงินเหมือนกัน แต่เรารู้ว่าถ้าคุณกลับมาอีก คุณต้องเอาเงินมาคืนเราแน่ เขาเรียกแชร์ไปแชร์มา ลูกค้าขาประจำ คราวที่แล้วเอาเราไปห้าล้าน คราวนี้เสียสิบ คนเล่นจะได้ใจ คราวที่แล้วได้ ปรากฏว่าคราวนี้เสีย บ่อนเราไม่กลัวลูกค้าจะได้ แต่เรากลัวลูกค้าไม่กลับมา”

“เราไม่มีการทำการตลาดครับ ที่นี่มีแค่ภาพลักษณ์ว่า บ่อนเราไว้ใจได้ ไม่ต้องโปรโมต การทำบ่อนอยู่ที่ความไว้เนื้อเชื่อใจ การทำการตลาดไม่จำเป็น ถ้าเราไม่เคยเบี้ยว ถ้าสร้างความเชื่อใจแก่ลูกค้าได้ เราก็จะได้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แค่เราบอกว่าให้ค่าคอมฯ 2 เปอร์เซ็นต์ แค่นี้ลูกค้าก็วิ่งมาแล้ว”

ท่ามกลางฝนโปรย! “แข้งช้างศึก” ลงฝึกซ้อมตามปกติช่วงเช้า

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย นำลูกทีมลงฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งที่สอง ณ สนามแน็คไฟว์ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น โดย นูรูล ศรียานเก็ม ที่เดินทางตามมาสมทบตั้งแต่เมื่อคืนวาน ก็ได้ร่วมลงซ้อมกับทีมด้วย สำหรับการฝึกซ้อมเช้าวันนี้ เริ่มจากฟื้นฟูร่างกายตามปกติ ก่อนเน้นในเรื่องแท็คติก ทั้งเกมรุก-เกมรับ รวมถึงวางระบบการเล่น ท่ามกลางอุณหภูมิ 6 องศาเซลเซียส และสายฝนที่โปรยปรายเล็กน้อย โดยให้สื่อมวลชนเก็บภาพได้เพียง 15 นาที และใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง

หลังการฝึกซ้อม เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “เด็กๆปรับตัวได้ดีขึ้น เราก็บอกน้องๆว่าวันแข่งจริงอาจจะมีฝนตกด้วย เพราะอย่างวันนี้ก็มีทั้งฝน ลม และความหนาวเย็น อุณหภูมิประมาน 2-3 องศาได้ แต่ทุกคนก็มีความุม่งมั่น เขาก็รู้กันว่าการเจอญีปุ่นไม่ใช่งานง่าย แต่วันนี้เราไม่มีอะไรจะเสีย เราคิดว่าถ้าเราแพ้ เราจะแพ้แบบไหน แพ้หมดรูป แพ้แบบสู้ไม่ได้ หรือแพ้แบบไม่อยากจะสู้ แต่ถ้าเราสามารถมีแต้มได้ เราก็เป็นประวัติศาสตร์ หรือถ้าได้ 3 แต้ม มันก็ยิ่งใหญ่ ดังนั้นทุกคนก็รู้ว่าต้องทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้”

“อยากให้น้องๆ รู้ว่าเวลาที่เราผิดหวังหรือล้มเหลว ฟุตบอลมันมีแพ้ มีชนะ มีเสมอ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้เราเจอใคร ซึ่งน้องๆ ทุกคนก็รู้ว่าถ้าเราไม่ได้ผ่านเข้ามารอบนี้ เราก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับญี่ปุ่น วันนี้เราจะได้เจอกับชุดใหญ่ของพวกเขาที่มีโอกาสได้ไปฟุตบอลโลกหลายครั้งแล้ว ดังนั้นมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีของน้องๆ เราก็อยากให้เขามีความแข็งแกร่ง เราก็บอกเขาว่าการเจอกับทีมระดับเอเชีย มันต้องปรับตัวให้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแทคติกและสภาพอากาศ เราไปซาอุฯ มา เราเจออากาศ 43 องศา แต่ที่นี่ 3 องศา คือให้เขาแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เก่งในบ้านเรา” “สองวันมานี้ก็ทุกคนตั้งใจซ้อมดี มันมีรอยยิ้ม มันมีความตั้งใจเข้ามา ฉะนั้นเขาไม่สนใจหรอกว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่เขาสนใจว่าลงไปแล้วจะร้อยเปอร์เซนต์หรือไม่”

สลับขั้ว “มาดริด” กับ “บาร์ซ่า”

อย่างที่ทราบกันดีว่าสองสโมสรที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จที่สุดในสเปนคงหนีไม่พ้น “เรอัล มาดริด” กับ “บาร์เซโลน่า” ซึ่งทั้งคู่ถือว่าเป็นมากกว่าทีมฟุตบอล บางทีอาจจะมากกว่าศาสนาสำหรับคนบางคนด้วยซ้ำ ที่สำคัญทั้งคู่ “เกลียดกันเข้าไส้”  ที่เขียนเรื่องนี้เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวเรื่อง “อิสโก้” มิดฟิลด์ของทีมราชันชุดขาวออกมาว่ามีโอกาสกลายเป็น “จูดาส” (คนทรยศ) ในสายตาแฟนมาดรินิสต้า เพราะทั้งสโมสร “มาดริด” และ “บาร์ซ่า”รวมทั้งนักเตะกำลังพูดคุยถึงโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับยอดทีมแห่งกาตาลันจากเหตุที่ไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในมาดริด เรื่องนี้ถือว่าเป็น “เรื่องใหญ่” มาก การที่นักเตะจากทีมนึงย้ายไปอยู่กับทีม “คู่อริ” โดยตรงถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ทีมเก่าอย่างแรง และเกือบทุกรายมักจะโดนสาบส่งเวลาลงเจอทีมเก่าเสมอ โดยในอดีตก็เคยมีผู้เล่นชื่อดังถึง 5 ที่ย้ายทีมสลับขั้วแบบนี้

รายแรก “หลุยส์ เอนริเก้” นายใหญ่ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตของโค้ชบาร์ซ่าชุดปัจจุบัน ที่เคยประสบความสำเร็จกับ “มาดริด” ไม่ว่าจะ “แชมป์ลีก” หรือ “โคปา เดอเรย์” ซึ่งอยู่กับทีมถึง 5 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ “บาร์ซ่า” ถึง 8 ปีพร้อมแชมป์ลีกและแชมป์ยุโรป ถึงแม้จะเคยประสบความสำเร็จกับ “มาดริด” แต่ด้วยเหตุผลที่สื่อเคยเอามาเปิดเผยว่า ตอนอยู่กับยอดทีมแห่งเมืองหลวง “เก็บกด” “อึดอัด” และ “ไม่ชอบ” ทีมตัวเองอยู่ในใจ จึงเป็นหนึ่งในคนที่ชาวมาดริดนิสต้า “เกลียด” ที่สุดคนนึงบนโลกใบนี้ รายที่สอง “ไมเคิล เลาดรู๊ป” อดีตยอดนักเตะชาวเดนมาร์กที่มาอยู่กับบาร์ซ่าในยุคของ “โยฮัน คราฟฟ์” และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์กับทีมได้ถึง 4 สมัย อย่างไรก็ตามพอนายใหญ่ของตัวเองออกจากตำแหน่ง ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปอยู่กับมาดริดพร้อมเหตุผลว่า “ต้องการความกระหาย” หลังจากที่ประสบความสำเร็จมากมายกับทีมเก่า ซึ่งพอย้ายไปฤดูกาลแรกก็พาขุนพลลอส บลังกอสคว้าแชมป์ได้เลย ที่สำคัญเจ้าตัวเป็นนักเตะที่แฟนฟุตบอลของทั้งสองทีมไม่ค่อยเกลียดเท่าไหร่ด้วย รายที่สาม “หลุยส์ มิลล่า” อดีตมิดฟิลด์ตัวรับที่อยู่กับบาร์ซ่าถึง 6 ปีได้ทั้ง “แชมป์บอลลีก” “แชมป์บอลถ้วย” และ “บอลยุโรป” ก่อนที่จะย้ายไปมาดริดแบบไร้ค่าตัวเพราะมีปัญหากับ “โยฮัน คราฟฟ์” กุนซือของทีมในยุคนั้น ซึ่งเจ้าตัวก็พายอดทีมจากเมืองหลวงคว้าแชมป์ลีก 2 สมัยและโคปาเดอ เรย์อีก 1 สมัย นักเตะรายนี้แฟนของทั้งสองทีมไม่ได้รู้สึกเกลียดอะไรมากมายเหมือนกัน

คนต่อมา “โรนัลโด้” (อ้วน) ยอดกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาลคนนึงย้ายมาอยู่กับยอดทีมจากแคว้นกาลันก่อนตอนอายุ 20 ปีเท่านั้นโดยฤดูกาลแรกเจ้าตัวกระหน่ำไปถึง 46 ประตูจาก 49 เกมที่ลงสนามพร้อมกับพาทีมเป็นแชมป์โคปา เดอ เรย์และแชมป์ยุโรปแต่ไม่ได้แชมป์ลีก ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องสัญญาเลยย้ายเล่นในอิตาลีกับ “อินเตอร์ มิลาน” ก่อนที่จะถูก “มาดริด” ซื้อตัวกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพาทีมจากเมืองหลวงเป็นแชมป์ลีก 2 สมัย เรียกว่า มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้ครบจากการเล่นในลีกสเปน โดยแฟนบาร์ซ่าก็ไม่ได้ถึงเกลียดมากมายนัก แค่ “ไม่ชอบ” บ้างเพราะดูเหมือนไม่ค่อยเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ รายสุดท้าย “หลุยส์ ฟิโก้” ศัตรูหมายเลข 1 ของมหาชนชาวกาตาลันทั้งปวงและเชื่อว่าคงต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นโขยงถ้าอยากไปเที่ยวเมืองบาร์เซโลน่า เพราะตอนอยู่กับบาร์ซ่าเป็นนักเตะที่เป็นหัวใจของทีมและพาทีมประสบความสำเร็จทุกอย่างในประเทศยกเว้นฟุตบอลยุโรป ไม่ต่างจาก “เมสซี่” หรือ “โรนัลโด้” ในปัจจุบัน แต่อยู่ก็ตัดสินใจย้ายข้ามฟากไปอยู่กับมาดริดด้วยค่าตัวระดับโลก และอาจจะเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดถูกต้องก็ได้เพราะได้ “แชมป์ยุโรป” มาครอง แม้ว่าจะถูกแฟนทีมเก่า ประท้วง โยนเหรียญและหัวหมูใส่ก็ตาม

หนุ่มร้อง สคบ.หลังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ทำตาสองชั้นพลาดถึง 3 ครั้ง

ผู้เสียหายรายหนึ่ง พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. หลังไปศัลยกรรมตาสองชั้น ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งแก้ไขมาแล้วถึง 3 ครั้ง สุดท้ายซ้ำหนักกว่าเดิม

กรณีผู้เสียหายชายรายหนึ่ง พร้อมทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียนกับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ว่า ได้ไปทำตาสองชั้นที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางพลัด แล้วเกิดความผิดพลาด มีแผลเป็นเกิดขึ้น โดยผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อปี 2551 ได้เข้าไปทำตาสองชั้นที่ รพ.ดังกล่าวในราคา 15,000 บาท ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ตนรู้สึกว่าหนังตาเริ่มหย่อน จึงเข้าไปติดต่อเพื่อขอแก้ไข กับแพทย์รายใหม่ที่รพ.เดิม ในราคาแพ็คเกจ 70,000 บาท ทำตั้งแต่ตา, คาง และจมูก

แต่เมื่อทำไปแล้ว พบว่าหนังตาผิดรูป จึงติดต่อทาง รพ. เข้าไปแก้ไขอีก 2 ครั้ง ในเดือนกรกฎาคม 2559 แต่การแก้ไขครั้งนี้ กลับส่งผลทำให้แย่ลงไปกว่าเดิม เนื่องจากเกิดแผลเหนือดวงตา มีอาการบวม และเป็นพังพืดที่ชั้นตา รวมถึงมีแผลเป็นขนาดใหญ่ จากนั้นได้แก้ไขอีกครั้งในเดือนกันยายน 2559 แต่ได้ผลเช่นเดิม จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้ขอนัดตนมาแก้ไขอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 แต่ตนรู้สึกไม่มั่นใจแล้ว โดยโรงพยาบาลได้เจรจามาว่าจะคืนค่าศัลยกรรมทั้งหมดให้ แต่ไม่ได้ระบุถึงการเยียวยาเรื่องอื่นๆ จึงตัดสินใจมาเรียกร้องที่ สคบ.ในวันนี้ เพื่อให้โรงพยาบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการศัลยกรรมใหม่กับโรงพยาบาลอื่น

แม่สงสัย ‘อดีตนายก อบต.’ สามีเก่า ลวงฆ่าลูกสาว

แม่ของสาว อบต.บึงชำอ้อ ให้การสงสัย “อดีตนายก อบต.” จ.ชลบุรี อาจเป็นมือสังหารลูกสาว ด้านตำรวจเร่งเช็ค พบว่ามีการกดเงินเชื่อว่าน่าใช้สำหรับหลบหนี จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ส.วีรญาภา หรือ เปิ้ล อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและแผน (นักบริหารงานทั่วไป) ระดับ 6 อบต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตบนรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ท สีเทา-ดำ ทะเบียน 4 กอ-8489 กรุงเทพมหานคร บนถนน ในท้องที่ ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา คาดสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวเนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาดีมีชายติดพันหลายคน และขัดแย้งธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองที่ผู้ตายทำอยู่ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2560 นางบานเย็น แม่ของผู้ตาย ให้การว่า ปกติลูกสาวมักเล่าปัญหาส่วนตัวให้ฟัง ส่วนใหญ่มาจากสามีเก่าที่เป็นอดีตนายกอบต.แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ที่หย่ากันไปเมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากผู้ตายรู้ว่าอดีตนายก อบต.คนดังกล่าว มีครอบครัวแล้ว เมื่อทราบว่าลูกสาวเพิ่งจดทะเบียนสมรสใหม่ อาจเกิดความหึงหวง จึงลวงออกไปจากที่ทำงานเพื่อให้ไปดูรถ ก่อนจะขอเจรจาตกลงปัญหา เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงถูกยิง

โดยหลังจากชุคลี่คลายคดีรู้เรื่องดังกล่าว จึงพยายามติดต่อไปยังอดีตนายก อบต.คนนี้ แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวออกนอกพื้นที่ไปแล้ว และพอเช็คธุรกรรมการเงินพบว่าเจ้าตัวได้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มแห่งหนึ่ง เชื่อว่าน่าใช้สำหรับหลบหนีไปหาญาติที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อให้พาไปหลบซ่อนตัวตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ยังไม่พบหลักฐานเดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใดส่วนศพของ น.ส.วีรญาภา ญาตินำไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดสระลำใย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี โดยจะมีพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 19 มี.ค.2560

“ชัปปุยส์” กับบทสัมภาษณ์จาก “ฟีฟ่า” ก่อนเกมพบ “ซาอุดิอาระเบีย”

ฟีฟ่า เผยบทสัมภาษณ์ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทยก่อนเกมพบซาอุดิอาระเบีย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยสัมภาษณ์ของ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย ระหว่างการเตรียมทีมเพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะพบกับ ซาอุดิอาระเบีย วันที่ 23 มีนาคม และ ญี่ปุ่น วันที่ 28 มีนาคมนี้ กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิส วัย 25 ปีเคยเป็นส่วนสำคัญของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดคว้าแชมป์เยาวชนโลก เมื่อปี 2009 ที่ไนจีเรีย ก่อนที่เขาจะปฏิเสธข้อเสนอของ ฮัมบูร์ก ในเยอรมนี และ ยูเวนตุส ทีมดังของอิตาลี ในเวลาต่อมา โดยปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในโตโยต้า ไทยลีก

“ผมค่อนข้างมีความสุขกับชีวิต กับอาชีพการงานตรงนี้นะครับ” ชัปปุยส์กล่าวกับ FIFA.com “แต่นึกย้อนไป บางทีก็คิดว่าผมน่าจะตกลงรับข้อเสนอจากยูเวนตุสหลังจบบอลโลก U17 ไปเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละ ตอนนั้นผมกลัวจะต้องไปเล่นต่างประเทศ และกลัวจะต้องห่างครอบครัว” ฟีฟ่ากล่าวถึงการเป็นซูเปอร์สตาร์บนโลกโซเชียลของ ชัปปุยส์ ซึ่งปัจจุบันเขามีผู้ติดตามในอินสตาแกรมส่วนตัวถึง 1.4 ล้านคน มากกว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชนสวิตเซอร์แลนด์อย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช กองหน้าของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในบุนเดสลีกา เยอรมนี, เซอร์ดาน ชากิรี มิดฟิลด์ของสโต๊ค ซิตี้ และ กรานิต ชาก้า กองกลางของอาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ “แชมป์อาเซียนปี 2014 จุดกระแสคลั่งไคล้ฟุตบอลในไทยขึ้นมามากจริงๆ ทุกวันนี้คุณจะเห็นเด็กๆ หรือวัยรุ่นใส่เสื้อบอลเดินถนนกันมากขึ้นเรื่อยๆ แฟนๆน่าทึ่งมาก พวกเขาเป็นกำลังใจให้เราจริงๆ ผู้เล่นทีมชาตินี่คนบูชาอย่างกับเป็นเทพ”

“แต่ถ้าคุณขาดความสำเร็จ ก็ต้องเจอกับเสียงวิจารณ์ โชคดีที่ผมยังอ่านภาษาไทยไม่ออก เลยไม่ค่อยได้ไปสนใจเท่าไหร่” ปัจจุบัน ทีมชาติไทยเข้าสู่รอบสุดท้ายของการคัดเลือกโซนเอเชียเพื่อไปฟุตบอลโลก 2018 แต่สถานการณ์ค่อนข้างลำบากเมื่อมีเพียงคะแนนเดียวจาก 5 นัด “แฟนๆยังคงน่ารักเสมอ(ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร) พวกเขาสนับสนุนเราอย่างสุดยอด และหวังให้เราชนะซาอุดิอาระเบียให้ได้ แม้มันจะยากมากๆ ยากกว่าที่แฟนๆคิดกันก็เถอะ เราจะไม่เอาความกดดันมาแบกให้เกินไป เราจะเล่นให้สนุกอย่างที่เคย” ชัปปุยส์ กล่าว

ลุ้นดับเบิ้ลแชมป์! “นุศรา” พา “เฟเนร์บาห์เช่” ตีตั๋วเล่นไฟนัลกรุ๊ป

สุดยอดจริงๆสำหรับ “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ ตัวเซตมือหนึ่งทีมชาติไทย ล่าสุดสามารถช่วย เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก ต้นสังกัดในลีกตุรกี คว้าชัยเหนือ ไนลูเฟอร์ เบเลดิเยสปอร์ ไปได้แบบสบายๆ 3-0 เซต คว้าตั๋วเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ไฟนัล กรุ๊ป ได้สำเร็จ

นักตบลูกยางสาววัย 31 ปี ลงสนามส่งท้ายการแข่งขัน วอลเลย์บอลลีก ประเทศตุรกี ในช่วงเลกสอง ด้วยการเอาชนะ ไนลูเฟอร์ เบเลดิเยสปอร์ ไปได้แบบสบายๆ 3-0 เซต สกอร์ 25-14, 25-16 และ 25-16 ส่งผลให้ เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก ต้นสังกัด มีคะแนนสะสมเป็นอันดับที่ 2 ของตาราง ได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ไฟนัล กรุ๊ป ได้สำเร็จ

ซึ่งจะทำให้ ตัวเซตมือหนึ่งทีมชาติไทย มีลุ้นที่จะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ หลังก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เฟเนร์บาห์เช่ เพิ่งหักปากกาเซียนด้วยการเอาชนะ วาคีฟแบงค์ อิสตันบูล ทีมแกร่ง ไปได้ 3-0 เซต 25-22, 25-15 และ 25-19 คว้าแชมป์คูปา วอลเล่ย์ ไฟนั่ล มาซี่ (แชมป์วอลเลย์บอลถ้วยของตุรกี)  สำหรับ “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ เพิ่งจะย้ายไปเล่นให้กับทีมดังแดนไก่งวง เพียงแค่ฤดูกาลแรก โดยย้ายไปร่วมทีมเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 ก่อนโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรู ด้วยการพาทีมประสบความสำเร็จไปแล้ว 1 รายการ

ยังไม่พบตัว “ธัมมชโย” หลังดีเอสไอเข้าตรวจค้นอารามปริสุทโธ

ดีเอสไอยังไม่พบตัวพระธัมมชโย หลังเข้าตรวจค้นอารามปริสุทโธ จ.ปทุมธานี เหตุได้รับเบาะแสจากประชาชนว่าอาจใช้เป็นที่หลบซ่อน วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 06.15 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้น อารามปริสุทโธ ในพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสจากประชาชนว่าสถานที่ดังกล่าวอาจเป็นที่หลบซ่อนของพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ เนื่องจากมีการเข้าออกอย่างผิดปกติของพระผู้ใหญ่วัดพระธรรมกาย

ทั้งนี้จากการตรวจค้น พบเอกสารเกี่ยวกับการให้ข่าวสื่อมวลชนของตำรวจ เอกสารเกี่ยวกับการถวายฎีกา คำขอคุ้มครองชั่วคราว คำให้การของพระผู้ใหญ่ของวัดพระธรรมกาย และเอกสารอื่นๆ ส่วนบริเวณชั้น 2 ของอาคารดังกล่าว ถูกตกแต่งสถานที่คล้ายกับห้องประชุม ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในอาคารอาจใช้เป็นสถานที่ประชุมวางแผนของวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ยังพบเสื้อยืดแขนยาว สีเหลือง จำนวน 2 ตัว ซึ่งคล้ายกับที่พระธัมมชโยเคยสวมใส่อยู่ในห้องดังกล่าว จากการซักถามผู้ดูแลสถานที่อ้างว่าเป็นที่พำนักของพระผู้ใหญ่ในวัดพระธรรมกาย และยืนยันว่าไม่มีบุคคลตามหมายจับของศาล เข้ามาพักภายในอารามปริสุทโธ แต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและตำรวจจัดชุดติดตามตัวพระธัมมชโย ซึ่งเบื้องต้นการข่าวดีเอสไอพบเบาะแสว่าพระธัมมชโยได้หลบหนีไปอยู่ในสถานที่ดังกล่าวและอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศมาตรา 44 แต่ภายหลังจากการตรวจค้นในวันนี้ก็ยังไม่พบตัวพระธัมมชโยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากประชาชนทราบเบาะแสเกี่ยวกับพระธัมมชโย สามารถโทรศัพท์มาแจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่เบอร์สายด่วน 1202 ตลอด 24 ชั่วโมง

แม่ใจสลาย! พาลูกสาวไปดูเกรด กระบะชนแล้วหนี เด็กคอหักดับสลด

เมื่อเวลา 13.00 น. ร.ต.ท.จเร พูลแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจยย.ที่ปากทางเข้าหาดทรายแก้วรีสอร์ต ม.12 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทมย์เวร รพ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลารีบรุดไปตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบศพผู้เสียชีวิตเป็น ด.ญ.อายุ 14 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ในชุดนักเรียน สภาพแขนหัก คอหักศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บคือ นางสุดารัตน์ อายุ 33 ปี มารดาขอเด็กหญิงอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่ง รพ.ท่าศาลา ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน ขับหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางสุดารัตน์ ผู้เป็นแม่ได้ขับรถจยย.พาลูกสาวไปดูผลการเรียน ที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิศึกษา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะขับตามหลังเฉี่ยวชนจน 2 แม่ลูกล้มทั้งรถทั้งคน ผลปรากฏว่าด.ญ.เสียชีวิต ส่วนนางสุดารัตน์ผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งจะเร่งสอบหาคนขับรถยนต์กระบะคู่กรณี เพื่อตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป