สุดอนาถ! พระบิณฑบาตโดนตำรวจเมาตบศีรษะต่อหน้าชาวบ้าน

พระได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีหลังถูกดาบตำรวจเมาตบศีรษะ เนื่องจากไม่พอใจที่พระบอกบริจาคเงินมากไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง พระมหาศักย์ศรณ์ คงผล ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์อยู่ที่วัดคลองน้ำเจ็ด ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ ดาบตำรวจมานพ สังกัดตำรวจน้ำอำเภอกันตัง จ.ตรัง

หลังจากที่เมื่อเช้า พระมหาศักย์ศรณ์กำลังเดินบิณฑบาตอยู่บริเวณถนนวิเศษกุล อยู่ๆ ด.ต. มานพ ก็ขับรถเก๋งสีขาวมาจอดในสภาพมึนเมา และนำเงิน 500 บาทมาใส่บาตร แต่พระมหาฯ บอกว่ามากเกินไป ทำให้ ด.ต มานพ เกิดความไม่พอใจ ได้ใช้มือซ้ายล็อกคอพระมหาฯ และใช้มือขวาตบศีรษะพระมหาฯ จำนวน 2 ครั้ง ก่อนที่จะพยายามถลกจีวรออก โดยบอกกับชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์ในบริเวณดังกล่าวว่าเป็นพระปลอม มาจากวัดสาลิการาม ต.โคกหล่อ ซึ่งพระมหาฯ ชี้แจงว่าตนเป็นพระอุปัชฌาย์และเป็นพระจริง โดยได้จำพรรษาที่วัดคลองน้ำเจ็ดไม่ใช่วัดสาลิการาม แต่ ด.ต. มานพ ไม่เชื่อ ยังคงพยายามถลกจีวรพระออก จนมีชาวบ้านเข้ามาห้าม และนำตัวพระมหาฯ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองตรัง ซึ่งมี ด.ต. มานพ ตามมาเอาเรื่องพระมหาฯ จนตำรวจ สภ.เมืองตรัง ต้องมาลากตัวออกไปเพื่อสงบสติอารมณ์

ต่อมาภรรยาและพี่ชายของ ด.ต. มานพ เดินทางมาขอโทษแทน ทำให้พระมหาฯ ไม่เอาเรื่องแต่ขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และให้ ด.ต. มานพ ไปกราบขอขมาตนและเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด และให้สัญญาว่าต่อไปจะไม่เมาสุราและประพฤติอย่างนี้อีก โดยตำรวจได้เปรียบเทียบปรับ ด.ต. มานพเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท ซึ่งพี่ชายของ ด.ต. มานพ  รับปากว่าจะพา ด.ต. มานพ ไปขอขมาภายใน 1-2 วันนี้

เต่าออมสิน ตายแล้ว ทีมสัตวแพทย์แถลงข่าวทั้งน้ำตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำทีมสัตวแพทย์ที่ทำการรักษา เต่าออมสิน แถลงการรักษาและอาการล่าสุดของเต่าออมสิน ณ ห้องประชุม1ชั้น 3 สำนักคณบดี อาคาร 50 ปี สัตวแพทยศาสตร์ ด้าน รศ.สพ.ญ.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เต่าออมสิน ตายแล้ว เมื่อเวลา 10.10 น. โดยขอให้ใช้กรณีเต่าออมสิน เป็นบทเรียนสำคัญของสังคมโลก พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการโยนเหรียญ หรือสิ่งแปลกปลอมให้สัตว์กิน เพราะกระทบรุนแรงต่อชีวิตสัตว์ ซึ่งในระหว่างการแถลงข่าว รศ.สพ.ญ.นันทริกา ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และลุกไปร้องไห้

โดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทีมสัตวแพทย์ ได้ผ่าตัดเต่าออมสิน เนื่องจากพบอาการแทรกซ้อน จากลำไส้บิดตัวรัดกันเอง หลังจากการเพราะการนำก้อนเหรียญจำนวน 915 เหรียญออกจากท้อง ทำให้อวัยวะภายในเกิดความผิดปกติ หลังการผ่าตัดอาการของเต่าออมสินดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาอาการของเต่าออมสินไม่ดีนัก เนื่องจากพยายามฟื้นตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ในช่องท้องที่มีพื้นที่มากขึ้นจากก่อนผ่าตัด มีแก๊สเพิ่มขึ้นมากทำให้ปวดท้องและเสียโปรตีน

เบื้องต้น คาดว่า เกิดจากร่างกายอ่อนแอ และมีสารนิกเกิลที่เป็นสารเคลือบเหรียญในกระแสเลือด มากกว่าปกติถึง 200 เท่า ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำ และกระทบระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ ทำให้เต่าออมสินมีอัตรารอดไม่เกินร้อยละ 50 โดยเต่าออมสินอยู่ในห้องไอซียูหลังการผ่าตัด ที่ทีมสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดมาจะครบ 48 ชั่วโมงหรือ 2 วัน ทั้งนี้ เต่าออมสิน เป็นเต่าตนุ เพศเมียอายุ 25 ปี ถูกทิ้งเอาไว้ในบ่อเลี้ยงร้าง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยทีมสัตวแพทย์ได้เข้าไปช่วยเหลือ และพบว่าในร่างกายของมัน มีเหรียญจำนวนมาก จึงได้ผ่าตัดเอาเหรียญออกจากช่องท้องพบว่า มีเหรียญมากกว่า 5 กิโลกรัม จำนวน 915 เหรียญ

เศรษฐกิจซบ-การพนันในชุมชนยิ่งคึก ‘จับฉลาก-พนันบอลออนไลน์’มาแรง

ศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน’  เปิดเผยข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ผลสำรวจสถานการณ์การพนันในระดับชุมชนทั่วประเทศ พบว่าในระดับ 1 ตำบลโดยเฉลี่ยต่อปี มีวงเงินการพนันหวยใต้ดินประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2553 ที่พบว่าวงเงินหมุนเวียนของหวยใต้ดินมีสูงถึง 102,000 ล้านบาท ต่อปี นอกจากนี้ประเด็นอายุของนักพนันนั้น พบว่ามีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โดยมีผู้เล่นพนันอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวนถึงร้อยละ 20

นอกเหนือจาก ‘หวยใต้ดิน’ ที่ถือว่าเป็นการพนันยอดฮิตของคนไทยที่มีในทุกจังหวัดแล้ว ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย การพนันกลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘การพนันพื้นบ้าน’ เช่น ไก่ชน การแข่งบั้งไฟ การแข่งเรือ การแข่งวัวชน การแข่งดอกไม้ไฟ รวมทั้งการเล่นการพนันทั่ว ๆ ไป เช่น ไฮโล, ลูกเต๋า, น้ำเต้า ปู ปลา, กำถั่ว ฯลฯ ในยามว่างจากการทำงานของคนในชนบท รวมทั้งวัฒนธรรมการเล่นพนันในงานศพ ของทางภาคเหนือและตะวันออก เฉียงเหนือที่ส่วนใหญ่จะจัดงานศพที่บ้าน จึงเห็นได้ว่าการพนันเป็นสิ่งใกล้ตัวและอยู่ในวิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง (ดูเพิ่มเติมประเด็น ‘การพนันในงานศพ’ ได้ในรายงานของ TCIJ [1] [2])

จากการศึกษาของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจการเล่นการพนันชุมชน ในเขตจังหวัดภาคอีสาน ทั้งนี้ การพนันบั้งไฟ วัวชน และไก่ชน ซึ่งเป็นการพนันพื้นถิ่นที่สำคัญของไทย มีเม็ดเงินหมุนเวียนในหลักร้อยล้านพันล้านเลยทีเดียว โดยการเล่นพนันในงานบุญบั้งไฟทั้งภาคอีสานในรอบหนึ่งปีอยู่ที่ 56,529,400,000 บาท ส่วนการเล่นพนันวัวชนในภาคใต้นั้นมีนักพนันกว่า 205,000 คน และใน 1 ปีมีเงินพนันหมุนเวียนถึง 71,769,600,000 บาท ส่วนการพนันไก่ชน ซึ่งเป็นการพนันพื้นถิ่นที่กระจายในหลายพื้นที่ก็มีเงินหมุนเวียนตั้งแต่หลักล้านถึงร้อยล้านเลยทีเดียว

นักพนันรุ่นเยาว์หวังเล่นพนันบอลยูโร 16.5% ไม่เคยรับรู้การรณรงค์ห้ามพนัน 42%

นายธน หาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) กล่าวว่า จากผลสำรวจระหว่างวันที่ 24 พ.ค.- 7 มิ.ย. 59 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปลาย (ม.4 – ม.6) และอาชีวศึกษา (ปวช.1 – ปวช.3) จำนวน 3,807 ตัวอย่าง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี ราชบุรี ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฏร์ธานี และ สงขลา พบว่า 36.9% ตั้งใจจะดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2016 ทีมที่เชียร์มากที่สุดคืออังกฤษ และ เยอรมนี ทั้งนี้ 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง หรือ 42.7% มีทัศนคติว่า การเล่นพนันบอลไม่ใช่การเสี่ยงดวง เพราะต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ และ 45.7% มองว่า การวางเดิมพันข้างทีมที่เชียร์เป็นการแสดงออกถึงการเป็นแฟนบอลของทีมนั้น ที่น่าสนใจเกือบ 60% ไม่เคยได้ยินได้ฟังการรณรงค์ หรือถูกห้ามปรามไม่ให้เล่นพนันบอล เมื่อถามถึงบุคคลที่มีอิทธิพลที่จะห้ามปรามไม่ให้เล่นพนันบอล พบว่า 3 อันดับแรก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง 30.7% รองลงมาคือ โรงเรียน วิทยาลัย 15.1% และครู อาจารย์ 14.7%

“กลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 3 เคยมีประสบการณ์เล่นพนันทายผลกีฬา และการพนันที่นิยมเล่นมากที่สุด คือ พนันฟุตบอล ที่น่าห่วงคือ กลุ่มตัวอย่างที่เล่นพนันฟุตบอล 26% เล่นทุกสัปดาห์ และ 2 ใน 3 ไม่กังวลว่าจะถูกจับหรือถูกลงโทษ ที่สำคัญ การแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบนี้มีกลุ่มตัวอย่างตั้งใจจะเล่นพนันถึง 16.5% ด้านวงเงินที่จะใช้ในการเล่นพนันมีหลายระดับ ตั้งแต่ไม่เกิน 500 จนถึงสูงกว่า 5,000 บาท โดยเงินที่จะนำมาเล่นพนัน ส่วนใหญ่มาจากเงินเก็บและเงินที่ได้จากทางบ้าน สำหรับช่องทางที่ใช้รับข้อมูลเล่นพนันบอล อันดับแรกคือ เว็บไซต์ รองลงมา ได้แก่ หนังสือพิมพ์กีฬา อินเทอร์เน็ต และ ทีวี” นายธน กล่าว พร้อมกับให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน พ่อแม่ โรงเรียน สถาบัน ชุมชน ต้องช่วยสอดส่องห้ามปราม ตัดช่องทางการเล่นพนัน รู้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงให้ความรู้ ทำให้เห็นถึงโทษและผลกระทบจากการเล่นพนัน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติ ขณะเดียวกัน กฎหมายต้องเข้มงวดจริงจังและมีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก หรือยูโร และขอฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนมาตรการดูแล การนำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่เชื่อมโยงกับการเล่นพนันทายผลฟุตบอล เช่น ข้อมูลอัตราต่อรอง เนื่องจากเป็นอีกปัจจัยที่มีส่วนเสริมการเล่นพนันทายผลฟุตบอล โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทศกาลฟุตบอลยูโรผ่านมาได้เพียง 3 วัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นพนันทายผลฟุตบอลยูโรกว่า 1,028 คดี เงินสด 1,157,200 บาท เงินในโพย 10,050,280 บาท สมุดบัญชี 22 เล่ม แม้ว่าตัวเลขการจับกุมยังน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์มาก แต่ก็สะท้อนว่าภาครัฐเอาจริงเอาจัง เข้มงวดในการจับกุมดำเนินคดี การเข้มงวดกวดขันของตำรวจมีนัยสำคัญต่อร้านรับพนันทายผลฟุตบอลเป็นอย่างมาก แต่ช่องทางการเข้าถึงของนักพนันก็ยังทำได้ง่าย เพียงแค่มีโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ต อีกทั้งสื่อต่าง ๆ ยังมีอิทธิพลให้นักพนันใช้ประกอบการเล่น ขณะที่สภาพแวดล้อมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเล่นพนันบอล ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยลดนักเล่นที่ยังเป็นเยาวชนได้ดีคือ การห้ามปรามของคนรอบข้าง พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือคนรู้จักในชุมชนที่พักอาศัย และครูอาจารย์ในโรงเรียน

“ช้างศึก” ถึงไซตามะ “ซิโก้” สั่งพัก 1 วันฟื้นฟูอาการล้า

“แข้งช้างศึก” นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในรายของ นูรูล ศรียานเก็ม ปีกขวาจากสโมสร ชลบุรี เอฟซี ตามสมทบกับทีมเป็นที่เรียบร้อย ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น  เตรียมทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 7 ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม 2560

ทัพช้างศึก เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ เมื่อเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนนั่งรถบัสที่ทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจัดเตรียมไว้ไปส่งถึงที่พัก โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อนุญาตให้นักเตะพักผ่อนเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางและหลังเกมการแข่งขันเมื่อวานนี้เป็นเวลา 1 วัน

สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทย มีคิวลงฝึกซ้อมที่สนามแน็คไฟว์ เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนาม ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.35 น.

ลดแหลก! “ปืนใหญ่” เตรียมปล่อย “ซานเชซ” พ้นทีมหลังจบซีซั่น

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก เตรียมที่จะขายสตาร์กองหน้าของเขาอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ ออกไปในราคาเพียง 30 ล้านยูโร หากว่าเจ้าตัวไม่ยอมตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป ความสัมพันธ์ระหว่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม ปืนใหญ่ และ นักเตะทีมชาติ ชิลี นั้นถือว่าไม่สู้ดีนักในระยะหลัง ๆ นี้ ขณะเดียวกันสัญญาของทางสโมสรกับ ซานเชซ ก็เหลืออีกแค่เพียง 15 เดือนเท่านั้นจึงทำให้ อาร์เซน่อล น่าจะขายนักเตะรายนี้ออกไปเพื่อให้ได้เงินมาดีกว่าเสียไปฟรี ๆ ช่วงฤดูกาลหน้า

ซานเชซ นั้นตกเป็นข่าวที่จะย้ายไปร่วมทีมใหญ่ใน อิตาลี อย่าง ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน อย่างไรก็ตามเป็นที่คาดกันว่ากองหน้าของ “ปืนใหญ่” รายนี้ต้องการค่าเหนื่อยอยู่ที่ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว จึงทำยังไม่มีความแน่นอนเดียวกับอนาคตของเขาตอนนี้ ปืนใหญ่ นั้นจะได้ค่าตัวของตัวรุกชาว ชิลี อยู่ที่ 30 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนจะขาดทุนอยู่บ้างเนื่องจากพวกเขาซื้อ ซานเชซ มาจาก บาร์เซโลน่า ในราคา 35 ล้านปอนด์ด้วยกัน (ประมาณ 40 ล้านยูโร)

แต่กองหน้าวัย 28 ปี จะเหลือสัญญาอยู่กับทีมแค่อีกปีเดียวหลังจบฤดูกาลนี้เท่านั้น จึงทำให้ไม่มีทางเลือกที่จะขายออกไปในราคาถูก ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมของ ปืนใหญ่ ได้ออกมาพูดว่าจะไม่มีการพูดคุยเรื่องการต่อสัญญาของ เมซุต โอซิล และ ซานเชส จนกว่าจะจบฤดูกาลด้วยกัน “เมื่อเราไม่สามารถตกลงกันได้ตอนนี้ มันดีกว่าที่จะนั่งลงแล้วพุดคุยกันใหม่ในช่วงซัมเมอร์แทน” กุนซือ อาร์เซน่อล กล่าว

ญาติ “ชัยภูมิ” นักกิจกรรมชาวลาหู่ ติดใจเหตุวิสามัญ ย้ำเป็นเด็กดี

นอกเหนือเหตุผลที่ญาติผู้เสียชีวิตบอกว่า ชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี นักกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นเด็กดีไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยังมีอีกหลากหลายประเด็น ที่เพื่อน ครูอาจารย์และญาติตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับการวิสามัญฆาตกรรมครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีจุดเกิดเหตุ คือ หน่วยบริการประชาชนบ้านรินหลวง หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีว่าด่านตรวจรินหลวง เป็นด่านตรวจยาเสพติดของทหาร ลักษณะเป็นสามแยก โดยญาตินายชัยภูมิตั้งข้อสังเกตว่า หากนายชัยภูมิและเพื่อนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ตั้งใจจะขนยาเสพติด คงไม่ใช้เส้นทางนี้ เพราะมีเส้นทางอื่นอีกหลายทางที่สามารถเลี่ยงด่านตรวจได้

ทั้งนี้ ลักษณะการเสียชีวิต นี่เป็นภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถ่ายไว้เป็นหลักฐานหลังเกิดเหตุ ในวงกลมสีแดง เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นระเบิดที่นายชัยภูมิจะปาใช้เจ้าหน้าที่ระหว่างเข้าจับกุม จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงป้องกันตัว ญาติตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นนายชัยภูมิมีระเบิดไว้ครอบครองจริงและตั้งใจปาใส่เจ้าหน้าที่ เหตุใดสภาพศพจึงไม่กำระเบิดไว้ในมือ รวมถึงมีดที่เจ้าหน้าที่อ้างว่า นายชัยภูมิใช้ต่อสู้ก็ไม่อยู่ในมือเช่นกัน สำหรับชาวลาหู่ในพื้นที่ กลุ่มรักลาหู่ อ้างว่า ในพื้นที่ตำบลเมืองนะ ถูกเจ้าหน้าที่ประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังยาเสพติด ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์บ่อยครั้ง โดยยอมรับว่า เคยมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันบ้าง จึงตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นความขัดแย้งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

ส่วนความคืบหน้าคดี เบื้องต้น ตำรวจดำเนินคดีกับคนขับรถคันเพื่อนของนายชัยภูมิ ฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและได้นำตัวขออำนาจศาลฝากขัง ขณะที่ทหารที่วิสามัญฆาตกรรมได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ววานนี้ โดยถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยพนักงานสอบสวนให้ประกันตัวไปสู้คดีในชั้นศาล รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาหวาย ยืนยัน ว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนวัตถุระเบิดและพยานวัตถุอื่นๆอยู่ระหว่างการส่งไปตรวจสอบ

สลด ดาราหนุ่ม ท็อป เทวินทร์ ก้มกราบศพพ่อ หลังเสียชีวิตบนทางด่วน

จุดเกิดเหตุใกล้เคียงทางลงด่านเทพารักษ์ ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจต่อครอบครัวดาราหนุ่มในครั้งนี้ ท็อป เทวินทร์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่าบิดาทำงานเป็นผู้จัดการโชว์รูมรถแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ช่วงเย็นที่ผ่านมาบิดาได้โทรศัพท์มาหาตนบอกว่าอยากกลับบ้านเนื่องจากรู้สึกไม่ค่อยดี เพราะมีอาการโรคหัวใจและเบาหวานกำเริบโดยบิดามีเสียงสั่นเครือคล้ายกับจะไม่ไหวตนจึงสอบถามว่าขณะนี้บิดาเดินทางถึงไหนแล้ว ซึ่งแจ้งเพียงแค่ว่าขึ้นทางด่วนกาญจนาแล้ว

จากนั้นไม่นานก็โทรกลับไปแต่บิดาไม่รับสาย ตนรู้สึกเป็นห่วงมากจึงรีบโทรแจ้งกู้ภัยทางด่วนให้ช่วยออกตามหาเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายจนกระทั่งเจ้าหน้าที่โทรศัพท์กลับมาแจ้งว่าพบรถแล้ว และบิดาของตนหมดสติไป โดยเจ้าหน้าที่พยายามปั้มหัวใจช่วยชีวิตแล้วแต่ไม่เป็นผล ซึ่งตนหลังทราบข่าวจึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยไม่คาดคิดว่าจะสูญเสียบิดาไปอย่างกะทันหัน

ส่วนสาเหตุสาเหตุ ท็อปเทวินทร์ ระบุว่า บิดามีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ เบาหวาน และความดัน คาดว่าเกิดจากอาการโรคประจำตัวกำเริบจนกระทั่งเสียชีวิต  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันและส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรเบื้องต้นที่ รพ. บางพลี เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

ระบบรักษาความปลอดภัยเข้ม

ด้วยจำนวนเงินที่หมุนเวียนภายในบ่อนวันหนึ่งหลายสิบหลายร้อยล้านบาท การอบรมพนักงานและการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ เขาอธิบายหน้าที่ของพนักงานในบ่อนแห่งนี้ว่า พนักงานที่ทำหน้าที่แจกไพ่หรือเจ้ามือ หรือดีลเลอร์ (Dealer) ถ้าเป็นชายใส่เสื้อกั๊กสีเขียว หญิงใส่เสื้อกั๊กแดง คอยแจกไพ่ ขานไพ่ บอกว่าใครได้ใครเสียและคิดคำนวณตัวเงินได้-เสียได้อย่างรวดเร็ว ข้างๆ ดีลเลอร์มีพนักงานใส่เสื้อกั๊กสีทองเรียกว่า Inspector คอยเฝ้าดูการทำงานของดีลเลอร์ และในกรณีที่ดีลเลอร์ทำชิพหล่น Inspector จะเป็นคนทำหน้าที่ก้มลงไปเก็บ เพราะมีกฎว่าดีลเลอร์ห้ามละสายตาจากโต๊ะเด็ดขาด ห้ามเคลื่อนกายออกไป มือต้องอยู่บนโต๊ะเสมอ

“ส่วนสูทแดงคือผู้จัดการประจำจุด ถ้าเป็นสูทดำคือชีฟเมเนเจอร์ ผู้จัดการรอบกลางวัน ผู้จัดการรอบกลางคืน สุดท้ายคือคาสิโนเมเนเจอร์ เรายังมีโรลลิ่งอีกตำแหน่งหนึ่ง คือแคชเชียร์เดิน ลูกค้าแค่เอาเงินส่งให้ โรลลิ่งก็จะไปแลกชิพมาให้” ข้อห้ามเด็ดขาดของที่นี่คือ พนักงานทุกคนห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากจับได้และยอมรับ มาตรการเดียวคือไล่ออก แต่ถ้าจับได้แล้วไม่ยอมรับ ทางคาสิโนจะส่งตัวกลับฝั่งไทย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไปตรวจสอบต่อไป กรณีที่มีลูกค้าใหม่เข้ามาเช่นกรณีของเรา ก็จะถูกจับตาดูเป็นพิเศษ มีการทำบันทึกรายงานว่าแต่งตัวอย่างไร ผมสั้น-ยาว สวมเสื้อแบบไหน สีอะไร มีอะไรผิดสังเกตหรือไม่ เป็นต้น แล้วผู้จัดการประจำจุดหรือสูทแดงจะเป็นคนอ่านรายงาน ถ้าสอบถามแล้วไม่ได้ความจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นก็จะโดนเตือนว่า ให้ข้อมูลไม่ละเอียด เพราะบางครั้งพอเห็นว่าเป็นลูกค้าขาประจำก็มักไม่รายงาน และถ้าในรายงานพบว่าลูกค้าคนใดผิดสังเกตจริงก็จะทำการย้อนเทปจากกล้องวงจรปิดดู

“เรามีกล้องวงจรปิดแบบทันสมัยมาก ที่สามารถซูมจนเห็นถึงขนบนแขนลูกค้าได้เลย 45 นาที เราต้องหมุนเวียนเปลี่ยนคนดูกล้อง ถ้าจะตีกัน ไปข้างนอกครับ ออกไปเลย รปภ. เราล็อกเลย แต่เราดูไม่ออกว่าลูกค้าคนไหนมีวี่แววจะตุกติก เว้นเสียแต่ได้รับแจ้งจากบ่อนเพื่อนบ้านว่า ให้ระวังคนคนนี้ ก็จะให้กล้องจับตาดู ที่เคยมีเหตุการณ์ก็คือ ล้วงกระเป๋าหยิบชิพคนอื่น แล้วก็มีกระเทยส่งผู้หญิงบริการมาให้ลูกค้า พอผู้หญิงขึ้นห้องกับลูกค้า กระเทยก็ปีนห้องขโมยของ” เมื่อถามว่า กรณีที่จับตัวคนก่ออาชญากรรมในบ่อนได้แล้วทำอย่างไร เขาลดเสียงลงและกล่าวยิ้มๆ ว่า “ก็อาจจะกระทืบนิดหน่อย คุณกล้ามาหยามเราขนาดนี้ได้ยังไง ผมเชื่อว่าที่อื่นก็เป็นอย่างนี้”

ขาจร-ขาใหญ่-จังเก็ต

กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาเล่นจะแบ่งเป็นขาจรและขาใหญ่หรือขาประจำ โดยกลุ่มขาจรจะเป็นกลุ่มที่ถ้าเสียก็หมดแล้วหมดเลย ไม่มีการให้เครดิต ส่วนจะไปจำนำทรัพย์สินที่ติดตัวมากับโรงรับจำนำที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรม เพื่อไปเล่นต่อนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยกเว้นรถ “เราห้ามมีการจำนำรถในพื้นที่จอดรถของเรา ถ้ามีคนบอกว่ามาเอารถโดยไม่มีใบฝากรถมา ห้ามให้รถไป” ส่วนกลุ่มกระเป๋าหนักคือขาใหญ่และขาประจำ กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดมาเล่น แต่จะคุยเพื่อขอเครดิตโดยตรงกับเฮีย ก เช่นถ้าขาใหญ่มีเครดิต 10 ล้านบาท ก็สามารถเข้ามาขอชิพเล่นได้เลย หากเสียขาใหญ่ก็จะโอนเงินผ่านบัญชีมาให้ แต่ถ้าได้ทางบ่อนจะเป็นฝ่ายโอนเงินไป

“การจะให้เครดิตใครต้องเป็นเรื่องของเจ้านาย ผมไม่รู้ แต่อย่างหนึ่งคือ เรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ หนี้สูญก็เยอะแยะ อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องของเงินลอย ๆ อย่างเดียว มาถึงบอกว่า 10 ล้าน เบิกชิพเสร็จ เสียหรือได้ ในนี้บางคนอาจจะไม่ได้จับเงินสดเลย จับแต่ชิพ ฉะนั้น เงินหมุนเวียนธนาคาร คุณรู้มั้ยธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในแม่สายมีเงินหมุนเวียนเป็นหมื่นล้านบาท” ยังมีกลุ่มลูกค้าที่ได้เครดิตผ่าน ‘จังเก็ต’ ลักษณะคล้ายนายหน้าหาลูกค้าให้กับทางบ่อน สมมติว่า นาย ก เป็นจังเก็ตสามารถหาลูกค้าได้ 10 คน ก็จะติดต่อมาที่เจ้าของบ่อนขอเครดิต 10 ล้านบาท สำหรับลูกค้า 10 คน คนละ 1 ล้านบาท ถ้าเล่นได้ก็ได้ไป แต่ถ้าเล่นเสีย จังเก็ตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

“ในมาเก๊าที่เกิดการอุ้มเพราะเสียแล้วไม่จ่าย เพราะจังเก็ตต้องรับผิดชอบ ถ้าจังเก็ตดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็อุ้มลูกค้าตัวเองไปรีด เพื่อเอาเงินมาคืนบ่อนให้ได้ จังเก็ตก็ไม่ใช่นักเลง แต่เป็นคนที่เราไว้เนื้อเชื่อใจ เหมือนเป็นคนทำบัญชีให้เรา ที่นี่ก็มี บ่อนใหญ่ต้องมีจังเก็ต ต้องมีเป็นมือเป็นเท้าให้ ไม่อย่างนั้นเจ้าของบ่อนที่มีชื่อเสียงก็จะรับแต่ขาจร เพราะขาประจำมาจากจังเก็ต บ่อนเถื่อน บ่อนวิ่งในกรุงเทพฯ ก็มีจังเก็ตของตัวเอง คนที่จะเป็นจังเก็ตต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเจ้าของบ่อน คุ้นเคยกันมา ไม่ใช่จู่ๆ จะเป็นได้”