ไปเที่ยวหลีเป๊ะให้ดี ต้องไม่พลาด 11 สิ่งเหล่านี้

ใกล้ถึงฤดูกาลแห่งการเที่ยวท้องทะเลทางฝั่งอันดามันเข้าไปทุกที แบบนี้เราต้องมาเตรียมพร้อมเพื่อไปสัมผัสกับน้ำทะเลสีฟ้าใส ท้องฟ้าสีครามกัน เมื่อพูดถึงดาวเด่นแห่งท้องทะเลอันดามัน ชื่อของ “หลีเป๊ะ” ก็จะลอยเด่นชัดเจนขึ้นมาทันที และเพื่อทริปการเที่ยวหลีเป๊ะให้ “เป๊ะ” สมชื่อ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมกิจกรรมที่ต้องขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า “ห้ามพลาด” มาให้เก็บข้อมูลกันค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลย

1. ดำน้ำเกาะต่าง ๆ

บินข้ามน้ำข้ามทะเล นั่งเรือมาอย่างยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อสัมผัสกับท้องทะเลสีฟ้าใสสะอาด แล้วจะพลาดการดำน้ำได้อย่างไร ซึ่งบริเวณรอบ ๆ เกาะหลีเป๊ะก็มีแนวปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม น้ำใสแจ๋ว มองเห็นไปจนถึงก้นทะเล จึงสามารถดำน้ำได้ตั้งแต่บริเวณหาดทรายไล่ไปจนถึงในทะเล นอกจากบริเวณรอบ ๆ เกาะแล้ว ยังมีเกาะใกล้เคียงที่มีแนวปะการังสวยงามไม่แพ้กัน อาทิ เกาะหินซ้อน เกาะผึ้ง เกาะผีเสื้อ เกาะรอกลอย ฯลฯ โดยเฉพาะบริเวณร่องน้ำจาบัง ที่มีปะการังอ่อนหลากสีสัน พร้อมกับปลาทะเลน่ารักอย่างเจ้านีโม มาแหวกว่ายเป็นเพื่อนอีกด้วย นักดำน้ำต่างบอกว่าร่องน้ำจาบังเป็นจุดด้ำน้ำที่ดีและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว

2. สัมผัสหินสีดำที่เกาะหินงาม

ที่เกาะใกล้เคียงกันกับหลีเป๊ะ ธรรมชาติได้สร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ขึ้นบนเกาะหินงาม ด้วยทั้งเกาะเป็นหินกลมมนสีดำมันวาว ซึ่งแต่ละก้อนก็มีลวดลายที่แตกต่างกัน แต่สวยงามจนยากเกินจะบรรยาย หินเหล่านี้ทับถมกันจนเกิดเป็นเกาะเล็ก ๆ ไม่มีหาดทราย ชาวบ้านเรียกกันว่า “เกาะหินงาม” และชาวบ้านยังเชื่อว่าหินเหล่านี้เป็นหินภูเขาไฟ เมื่อถูกกระแสคลื่นกัดเซาะทำให้เกิดการสีกันจนแบนเรียบบางและกลมมนดังที่เห็น เวลาแสงอาทิตย์ตกกระทบกับก้อนหินจะเกิดเป็นประกายระยิบระยับงดงามมาก เป็นสิ่งที่ต้องย้ำเลยว่าต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

3. ชมเกาะหลีเป๊ะจากยอดเขาบนเกาะอาดัง-ราวี

หากมองจากหาดซันไรส์ เกาะหลีเป๊ะ ก็จะเห็นเกาะอาดังอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งที่โดดเด่นของเกาะแห่งนี้ก็คือขนาดพื้นที่ของเกาะที่มีมากถึง 30 ตารางกิโลเมตร และยังมีหาดทรายขาว สะอาด เนื้อละเอียด อีกทั้งภูเขาลูกใหญ่ที่มีทางเดินเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ท้าวัดใจตัวเองเดินไต่ขึ้นไปยังจุดชมวิวเพื่อชมความงดงามของทะเลทางฝั่งอันดามัน พร้อมทั้งภาพของเกาะหลีเป๊ะทั้งเกาะ ภาพของเกาะหลีเป๊ะที่มองเห็นได้นั้นจะปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี ล้อมรอบไปด้วยหาดทรายสีขาว พร้อมกับแนวปะการังด้านนอกชายฝั่งและน้ำทะเลที่ไล่เฉดสีไปตั้งแต่ฟ้าอ่อนจนถึงฟ้าเข้ม หากโชคดี ฟ้าเปิด ก็จะได้เห็นเกาะอื่น ๆ อีกด้วย

4. เดินชิลริมชายหาด พร้อมชมการควงกระบองไฟ

เกาะหลีเป๊ะเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ มีธรรมชาติทางท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งมีแนวชายหาดที่สวยงาม นั่นจึงทำให้บรรยากาศในตอนเช้าและตอนเย็น ดูเบาสบายและผ่อนคลาย การเดินเล่นริมชายหาดจึงเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ อีกทั้งการแสดงควงกระบองไฟ ที่มักจะมีชาวบ้านมาทำการแสดงบริเวณชายหาด ซึ่งพวกเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี สามารถควงกระบองไฟได้อย่างน่าตื่นเต้น กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเกาะหลีเป๊ะไปแล้ว

5. ชมพระอาทิตย์ตกดิน

ด้วยเกาะหลีเป๊ะตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศไทย จึงทำให้สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างชัดเจน ซึ่งหาดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้นั้นมีอยู่ 2 หาด คือ หาดพัทยาและหาดซันเซต โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว นักท่องเที่ยวจะมานั่งกันที่ชายหาด มองเรือที่จอดนิ่งและขยับไปมาตามแรงลม พร้อมกับการรอเวลาให้พระอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงสู่ทะเล เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกสุด ๆ ไปเลย

6. นอนกลิ้งเกลือกกับหาดทรายสีขาวบนหาดซันเซต

หาดซันเซทเป็นหาดที่มีเวิ้งหาดทรายขาวยื่นลงไปในทะเล สามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด ด้วยความขาวของหาดทรายนั่นเอง ซึ่งหากมองในระยะไกล ๆ จะเห็นว่าหาดแห่งนี้โผล่นูนขึ้นมาจากท้องทะเลและถูกโอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสอย่างสวยงาม และทรายบริเวณนี้ก็ช่างนุ่มละเอียดเสียจริง เหมาะที่จะไปนอนอาบแดดและกลิ้งเกลือกเอาตัวเองไหลจากหาดทรายลงสู่ทะเลมาก ๆ อีกทั้งหาดแห่งนี้ยังเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน นอนอ่านหนังสือ ฟังเพลงริมชายหาดอีกด้วย

7.  ถนนคนเดิน

แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ แต่ก็มีกิจกรรมชิค ๆ เช่นกัน โดยถนนคนเดินจะจัดขึ้นบนถนนกลางเกาะที่ตัดเชื่อมระหว่างหาดพัทยาและหาดซันไรส์ มีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทางนั้นก็จะมีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าพื้นเมือง ร้านกาแฟ เซเว่น อีเลฟเว่น ร้านหนังสือ ร้านเช่าอุปกรณ์ดำน้ำ ร้านขายงานศิลปะ ร้านขายยา ฯลฯ ให้ได้เลือกซื้อ เลือกชมมากมาย ถนนคนเดินจะเริ่มตั้งแต่หกโมงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืนของทุกวัน ใครอยากได้อะไรก็เดินตามหากันได้ที่ถนนเส้นนี้เลย

8. เยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวอูรักลาโว้ย

อูรักลาโว้ย เป็นชื่อของกลุ่มชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งพวกเขายังคงใช้ชีวิตตามแบบชาวเลดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยหมู่บ้านชาวเลจะตั้งอยู่ทางด้านหาดซันไรส์ บ้านเรือนสร้างจากวัสดุธรรมชาติ เป็นทรงยกสูงตามแบบดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

9. ทานอาหารทะเล

มาถึงกลางทะเลทั้งทีก็ต้องลิ้มลองอาหารทะเลกันสักหน่อย เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวบ้านบางส่วนยังคงประกอบอาชีพประมง เมื่อพวกเขาหาอาหารทะเลมาได้ก็นำไปขายให้กับร้านอาหารต่าง ๆ บนเกาะทุกวัน นั่นจึงทำให้อาหารทะเลบนเกาะหลีเป๊ะมีความสด สะอาด รสชาติหวานหอมกว่าที่ไหน ๆ แค่ย่างหรือเผาแล้วทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ก็อร่อยล้ำแล้ว อีกทั้งราคายังไม่แพงอีกด้วย

10. ซื้อสินค้าพื้นเมือง

ศิลปินหลายคนต่างหลงใหลในศิลปะแบบชาวเล จึงได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตัวเองลงบนผลิตภัณฑ์พื้นเมืองต่าง ๆ เช่น ผ้าบาติก เสื้อผ้าลวดลายพื้นเมือง ภาพวาดติดฝาผนัง เป็นต้น ซึ่งสินค้าแต่ละอย่างก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเองหาซื้อได้ที่นี่เท่านั้น

11. ข้ามไปเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

หากมีวันลาพักร้อนมากหน่อย ก็อย่าลืมหยิบพาสปอร์ตใส่กระเป๋าไปด้วย เพราะเกาะหลีเป๊ะอยู่ห่างจากเกาะลังกาวีเพียงแค่ประมาณสิบกว่ากิโลเมตรเท่านั้น นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปเยี่ยมเยือนเกาะอันโด่งดังของประเทศมาเลเซีย ใครมีกำลังทรัพย์และวันหยุดเพียงพอก็ไม่ควรพลาด

ใครที่แพลนที่จะเดินทางไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะก็จดสิ่งเหล่านี้ลงไปได้เลย รับรองว่าจะช่วยเติมเต็มทริปของคุณให้สมบูรณ์อย่างแน่นอน

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น