เที่ยวเกาะสุรินทร์ฉบับ One Day Trip ดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเล

เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ไปซึมซับบรรยากาศทะเลและชายหาดสวย ๆ นอนพักผ่อนชิล ๆ ความสุขแบบง่าย ๆ ที่ไม่ว่าใครมาเที่ยวเกาะสุรินทร์ต้องติดใจ

เกาะสุรินทร์ หนึ่งในเกาะสวรรค์สำหรับคนรักทะเล ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทะเลที่เกาะสุรินทร์สวยแค่ไหน เพราะกิตติศัพท์ของทะเลที่นี่ดังไกล จนทำให้ชาวต่างชาติหลายคนอยากจะมาเห็นสักครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความสวยงามของโลกใต้ทะเล ไม่ว่าจะเป็นปะการังนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีปลาทะเลสวย ๆ อีกเพียบ เรียกได้ว่ามีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างเหลือหลาย ไม่ต่างจากความรู้สึกของ คุณ Mr Napat สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้เห็นความงามนั้นมาแล้วด้วยตาตัวเอง และเชื่อว่าที่นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ดำน้ำตื้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ อ๊ะ ๆ มีใครอยากจะไปเที่ยวเกาะสุรินทร์กันบ้าง ? ไม่รอช้าตามมาเที่ยวด้วยกันเลย

ทริปนี้เกิดจากช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมต้องทำงานและไม่ได้กลับบ้าน เห็นเพื่อน ๆ โพสต์รูปพาครอบครัวไปเที่ยวกัน เห็นแล้วมันอิจฉา ส่วนตัวเราต้องขึ้นเวรทำงานยาว เป็นการทำงานที่ทรมานจิตใจมาก เห็นคนอื่นไปเที่ยวแล้วเราก็อยากไปเที่ยวบ้างแต่ทำยังไงได้ หน้าที่ของเราต้องรับผิดชอบกันไป แต่อย่าให้ถึงทีผมเที่ยวบ้างนะ 2 วันก็จะไป

ดูตารางเวรแล้วได้หยุด 2 วัน ติดกันช่วงหลังสงกรานต์ จะรออะไรล่ะครับ หาตั๋วไปภูเก็ตกันเลย พอได้ตั๋วเสร็จขั้นตอนต่อมาคือจองทัวร์ไปเกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นเกาะที่ผมยังไม่เคยไป ทัวร์ก็มีหลายเจ้าเลยครับ ทั้งเลิฟอันดามัน ซีสตาร์ ว้าวอันดามัน ผมเลือก เลิฟอันดามัน ด้วยเวลาที่มีน้อยและงานยุ่ง เลยเลือกเอาที่สะดวกไม่อยากติดต่อหลายอย่างเอาที่เดียวให้จบไปเลย ที่นี่มีทั้งแพ็กเกจที่พักรวม ทริปดำน้ำ รถรับ-ส่งรวมอยู่ด้วยครับ และอีกอย่างผมก็ใช้บริการของเลิฟอันดามันอยู่เป็นประจำอยู่แล้วไว้ใจได้ครับ

มาที่เรื่องแรกกันเลย

ตั๋วเครื่องบิน

+ Air Asia คนละ 1,215 บาท/คน ขาไปไฟล์ทแรกเลยครับ ส่วนขากลับจองหลัง 2 ทุ่ม เพราะกลัวจะกลับจากทริปดำน้ำไม่ทัน

+ ทริปดำน้ำพร้อมที่พัก 2 วัน 1 คืน พร้อมรถรับ-ส่ง Love Andaman + Mazi design hotel คนละ 3,300 บาท

อื่น ๆ

+ ค่ากิน ร้านวันจันทร์ คนละ 260 บาท
+ ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ คนละ 125 บาท
+ ค่ารถตู้จากสนามบิน-โรงแรม คนละ 150
+ รวมทั้งทริป คนละ 5,050 บาท

เอาล่ะครับ พอทราบค่าใช้จ่ายกันคร่าว ๆ แล้ว ก็มาถึงรายละเอียดกันบ้าง ผมจะขอเล่าตั้งแต่ออกจากสนามบินเลยนะครับ เราเดินทางกันในวันที่ 18 เมษายน 2559 โดยสายการบินแอร์เอเชีย เป็นความโชคดีอีกอย่างที่ได้เที่ยวหลังสงกรานต์ เพราะช่วงนี้ตั๋วเครื่องบินราคาไม่แพงครับ มาถึงสนามบินภูเก็ต ประมาณ 08.30 น. ตอนแรกจะนั่งแท็กซี่เข้าโรงแรม ราคาโหดมาก ไปป่าตองเที่ยวเดียว 800 บาท ดีนะครับที่เรามาบ่อย เรื่องอะไรจะยอมจ่ายแพง ขึ้นรถตู้สิครับ คนละ 150 บาท ประหยัดได้เยอะทีเดียว ส่งถึงหน้าโรงแรม ซื้อตั๋วที่หน้าทางออกเลยครับ นักท่องเที่ยวใช้บริการเยอะ สะดวกปลอดภัย ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมาที่โรงแรม ประมาณ 1.30 ชม. รถติดมากในภูเก็ต จะไปสนามบินหรือที่ไหนเผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ

มาถึงโรงแรมประมาณ 10 โมง ยังเช็กอินไม่ได้ เลยฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน แล้วไปเดินหารถมอเตอร์ไซค์เช่าครับ ได้วันละ 250 บาท หลังจากได้มอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วไม่รู้จะไปไหน เพราะอากาศร้อนมาก เลยแวะเข้าไปเยี่ยมเพื่อนและหลาน อยู่ที่บ้านเพื่อนถึงบ่ายโมง โรงแรมก็โทรมาแจ้งห้องพักได้แล้ว ไม่รอช้ารีบกลับเข้าโรงแรมไปอาบน้ำ นอนพักผ่อน ตอนเย็นเพื่อนจะมารับไปกินข้าวร้านวันจันทร์และพาไปเดินตลาด Chillva Market ครับ

Chillva Market

นัดกับเพื่อนไว้ห้าโมงครึ่งครับ ไปถึง Chillva Market ประมาณ 6โมงนิด ๆ Chillva Market มีหลายโซนครับ แต่โซนที่เด่นคือโซนตู้คอนเทนเนอร์ที่จะเน้นขายอาหารและเครื่องดื่มเป็นส่วนมาก วันนี้มีร้านค้าไม่มากคงเป็นเพราะเราไปวันธรรมดา คนไม่ค่อยเยอะ เดินดูสัก 10 นาที ก็หมดแล้วครับ ใครอยากมาที่นี่แนะนำมาวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อนบอกว่าจะมีร้านค้าและตลาดนัดเยอะกว่านี้มาก เอาเป็นว่ามาเยี่ยมชมสถานที่ใหม่ ๆ กัน ไม่ซีเรียสครับ เดินถ่ายรูปสบาย ๆ อากาศก็ไม่ค่อยร้อนมาก

ร้านวันจันทร์

นั่งคุยกันสักพักท้องเริ่มหิว ความตั้งใจทีแรกคิดว่าจะไปร้านหมอมูดง แต่ดูแล้วสงสารหลาน เลยหาอะไรกินใกล้ ๆ มาคราวนี้ตั้งใจมากินร้านวันจันทร์โดยเฉพาะ อยากจะรู้รสชาติเป็นยังไง มาภูเก็ตหลายครั้งแล้วยังไม่มีโอกาสได้มาสักที คราวนี้ต้องมาลองสักหน่อย มาดูเมนูที่สั่งกันครับ

แกงปูใบชะพลู จานนี้เป็นทีเด็ดเลยครับ ใครมาแล้วไม่สั่งถือว่าผิด อร่อย เนื้อปูเยอะมาก, น้ำพริกกุ้งเสียบ รสชาติยังไม่โดนใจครับ แซ่บไม่ถึงทรวง, ผัดผักเหมียงผัดไข่กุ้งเสียบ เมนูนี้ถูกใจภรรยาครับ ผมให้ผ่านครับ, ข้าวตังหน้าตั้ง เมนูนี้ไม่ได้ชิม พี่อีกคนที่ไปด้วยกันบอกว่าอร่อยครับ และน้ำราดเป็นสีขาว เคยเห็นแต่สีเหลือง แปลกดีครับ และข้าวผัดปู เนื้อปูได้เยอะคุ้มค่ากับราคา รสชาติใช้ได้ครับ

Mazi Design Hotel

หลังจากทานข้าวกันเสร็จก็กลับโรงแรมเลยครับ กลับไปพักผ่อน จัดกระเป๋าเตรียมตัวไปเที่ยวเกาะสุรินทร์พรุ่งนี้ และต้องเช็กเอาท์แต่เช้า เอากระเป๋าไปฝากที่ท่าเรือของเลิฟอันดามันเลยครับ

เสียงนาฬิกาปลุกตี 5 ไม่อยากลุกออกจากที่นอนเลย นอนสบายมาก แต่ต้องเตรียมตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บกระเป๋าไปดำน้ำกัน เมื่อวานทางรถตู้โทรมานัดเวลา 06.10 น. หลังจากจัดการกับตัวเองและสิ่งของเสร็จแล้ว ลงจากห้อง 6 โมงตรง คิดไว้ว่ารถตู้คงมารับช้าแน่ ๆ จะไปกินอาหารเช้าสักหน่อย ที่ไหนได้ พอเช็กเอาท์เสร็จเดินออกมา รถตู้มาจอดที่หน้าโรงแรมพอดี อดชิมอาหารเช้ากันเลย รสชาติน่าจะใช้ได้ เพราะตอนเย็นที่นี่เปิดเป็นร้านอาหาร

เกาะสุรินทร์

พอขึ้นรถตู้มาหาที่นั่ง ก็นอนเก็บแรงเลยครับ ใช้เวลาเดินทางจากป่าตองไปท่าเรือเลิฟอันดามันที่ทับละมุ ประมาณ 2 ชม. ไปถึงท่าเรือ เป็นวันธรรมดาแต่คนเยอะมาก เช็กอินและฝากกระเป๋าเสร็จ เดินไปหาของกินรองท้อง คนเยอะมากเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ ถ้าไปรอบหน้าจะถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ กินอิ่มเปลี่ยนชุดแล้วไปนั่งรอฟังไกด์อธิบายเกี่ยวกับเกาะสุรินทร์กันครับ ไกด์อธิบายได้ฮามาก จำได้แค่บางเรื่อง ได้แต่หัวเราะอยู่ และเป็นครั้งแรกที่ไปเกาะสุรินทร์ยอมรับเลยว่าผมจำรายละเอียดไม่ค่อยได้

เราไปถึงเกาะสุรินทร์ประมาณ 10.30 น. แวะเยี่ยมชม “หมู่บ้านมอแกน” กันก่อนครับ ใช้เวลากับที่นี่ 30 นาที ทั้งเกาะนามสกุลของชาวบ้านเหมือนกันทุกหลัง คือ “กล้าทะเล” และบนเกาะมีทั้งโรงเรียน สถานพยาบาล ก่อนขึ้นเรือมีเด็ก ๆ ขายของที่ระลึกเป็นสินค้าทำมือ เป็นรายได้หลักของชาวมอแกน

หลังจากนั้นเราไปดำนำกันที่จุดแรก ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 5 นาที และ 30 นาที ในการดำน้ำ เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปเร็วมากครับ แนวปะการังกว้างขวาง ตื่นตาตื่นใจ ดำกันไม่กลัวผิวไหม้เลย

เสียงไกด์เรียกให้ขึ้นเรือ เตรียมตัวไปทานข้าวกลางวันบนเกาะสุรินทร์ อาหารมื้อกลางวันมีผัดผักรวม มัสมั่น และน่องไก่ทอด รสชาติอาหารทางอุทยานเป็นคนทำให้ ผมว่าฝีมือแม่ครัวที่สิมิลันอร่อยกว่าครับ รสชาติจืด ๆ เหมือนเอาใจฝรั่ง ถ้าได้พริกน้ำปลาสักหน่อยจะแจ่มมาก ผลไม้เป็นแตงโมกับสับปะรด ลืมถ่ายรูปมาครับ

หลังทานข้าวเสร็จมีเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ ในการเดินสำรวจเกาะและเล่นน้ำครับ เวลานี้เป็นช่วงที่มีความสุขมากครับ ได้ใช้ชีวิตช้า ๆ สัมผัสแสงแดด สายลม และน้ำทะเล เดินถ่ายรูป เห็นรอยยิ้มของภรรยาและคนที่อยู่รอบ ๆ ตัว มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เอาเป็นว่ามีความสุขที่ได้มา ผมพูดไปก็เปล่าประโยชน์เพราะมันไม่เห็นภาพ มาดูภาพที่ผมถ่ายมาฝากกันดีกว่าครับ ว่ามันสวยบาดจิตบาดใจแค่ไหน ธรรมชาติมันสวยอยู่แล้วครับ แค่คนถ่ายจัดองค์ประกอบให้ดีรูปมันก็สวยแล้วครับ อย่างผมถ่ายรูปกาก ๆ ยังสวยเลยครับ ฮ่า ๆ แอบชมตัวเอง ไป ๆ ดูภาพกันดีกว่าครับ โม้ซะเยอะ

ราว ๆ บ่ายโมงครึ่ง ไกด์เรียกให้ขึ้นเรือเพื่อไปดำน้ำในจุดที่สอง ช่วงบ่ายเราจะดำกันสองจุดนี้ จุดแรกปะการังอยู่ตื้นมากครับ และขนาดของปะการังกว้างมาก กว้างกว่าจุดแรกเสียอีก ช่วงบ่าย ๆ น้ำใสมาก คลื่นนิ่ง ดำน้ำสนุกกันเลย มีปลานีโมและปลาเล็กปลาน้อยว่ายอยู่แถวปะการังเยอะด้วย จุดดำน้ำสุดท้ายเป็นจุดที่ผมชอบมากที่สุดในวันนี้เลยครับ ผมจำได้แค่บริเวณหน้าเกาะกล้วย ซึ่งเป็นเกาะสุดท้ายที่เราดำน้ำกัน และมีกัลปังหาฝูงปลาต่าง ๆ มีมากกว่าจุดที่สอง ดำน้ำกันเพลินเลย เสียงไกด์เรียกขึ้นเรือ ทำไมเวลาแห่งความสุขและสนุกมันผ่านไปเร็วแบบนี้ ในใจไม่อยากจะขึ้นเลย แต่ทำยังไงได้เราต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงและยอมรับกับมัน

เรามาถึงฝั่งประมาณ 5 โมงเย็น ล้างเนื้อล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ กันครับ มาถึงสนามบินประมาณ 1 ทุ่ม มีเวลาเช็กอิน ทานข้าวสบาย ๆ เพราะไฟล์ทที่เรากลับหลัง 3 ทุ่ม แนะนำเลยครับ ถ้าใครไม่อยากเสียวันลา และต้องเสี่ยงกับการตกเครื่อง ให้จองหลัง 3 ทุ่ม Save มากที่สุด มาถึงกรุงเทพฯ ห้าทุ่มนิด ๆ ได้กลับมานอนพักเอาแรง พรุ่งนี้ออกไปทำงานได้สบาย ๆ เลยครับ

ไปแค่สองวันแต่กลับมามีรูปอัพลงโซเชียลโชว์เพื่อน ๆ ได้อีกสองอาทิตย์ ให้คนอื่นเข้าใจว่าเราไปเที่ยวสักอาทิตย์ ฮ่า ๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน มาดูรูป ไม่ว่าจะจบหรือไม่จบก็ขอขอบพระคุณมากครับ

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น