เที่ยวเกาะสีชัง

เกาะสีชัง สถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ ท่องเที่ยวอันงดงาม เป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่นซึ่งสามารถแวะ ท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้

เกาะสีชังเป็นท้องที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเป็น สถานที่ประทับ ของพระเจ้า แผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีหลักฐานปรากฏจากพระนามาภิไธย หลาย แห่ง และ รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นสถานที่ประทับ ในฤดูร้อนและพระราช ทานนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน ตามพระนามพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะสีชังแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง

พระจุฑาธุชราชฐาน
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะสีชัง ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน มีสิ่งก่อสร้างตั้ง อยู่ตามชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่นกันอย่างงดงามประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง มีสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ ถ้ำและหน้าผา ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงามตกแต่งตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างดังต่อไปนี้

สะพานอัษฎางค์
สะพานไม้สีขาวสุดคลาสิคยื่นไปในทะเล ซึ่งเราคงคุ้นตากับภาพคู่รักที่มาใช้สะพานแห่งนี้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งมาแล้วหลายคู่

เรือนไม้ริมน้ำ(เรือนเขียว)
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเสด็จมายังเกาะสีชังเป็นประจำโดยเรือกลไฟและประทับแรมบนเรือพระที่นั่งโดย มิได้สร้างพลับพลาที่ประทับ แต่ในเวลานั้น มีเรือนไม้พักผ่อนริมทะเลปลูกสร้างอยู่แล้วหลังหนึ่ง คือ “เรือนเขียว” ปัจจุบันยังอยู่และมีสภาพที่เรียบร้อยสมบูรณ์และได้จัดตกแต่งเป็นร้านกาแฟสำหรับ ให้บริการนักท่องเที่ยว

เรือนอภิรมย์
เรือนอภิรมย์ เป็นเรือนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระคลังข้างที่จ้างเหมาสร้าง เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัย สำหรับผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาตัวที่เกาะสีชังเรียกกันว่า อาไศรยสถานในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อปีพุทธศักราช 2431

สะพานอัษฎางค์
อยู่ในบริเวณพระตำหนัก เป็นสะพานที่รัชกาลที่ 5 ท่านทรงใช้เป็นท่าขื้นเทียบเรือหลังจากที่เสด็จประพาสฝรั่งเศส ที่เห็นนี่คือบูรณะใหม่ ทั้งหมดแล้วแต่ว่า ยังคงรูปแบบสภาพเดิมทั้งหมด

วัดอัษฎางค์นิมิตร
เป็นพระอุโบสถที่อยู่ในเขตพระราชวัง มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่น คือ พระอุโบสถอยู่ใต้เจดีย์ทรงกลมแบบลังกาตัวพระอุโบสถสร้างแบบสถาปัตยกรรมโกธิค บริเวณพระเจดีย์อุโบสถยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งนำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียปลูกไว้ด้วย พระเจดีย์อุโบสถนี้ที่ตั้งอยู่บนเขา ณ ตำแหน่งที่สูงมองเห็น ได้ชัดและจากองค์พระเจดีย์สามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณพระราชฐานโดยรอบรวมถึงภูมิทัศน์ทางทะเลที่สวย

ระฆังหินและเจดีย์เก่าแก่
หินระฆังเป็นอีกจุดที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ ตั้งอยู่ใกล้กับวัดอัษฎางค์นิมิตร ก่อนถึงวัดนิดเดียวจะมีกองหินใหญ่อยู่จุดหนึ่ง หินที่จุดนี้ต้องทดสอบด้วย ตัวเองลองเอาก้อนหินเล็กๆมาเคาะดูจะมีเสียงใสกังวาลเหมือนระฆังในบริเวณเดียวกันมีซากเจดีย์้ก่าแก่ตั้งอยู่ด้วย

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน

ช่องเขาขาด
ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ปลายเกาะมีแหลมมหาวชิราวุธ คล้ายกับแหลมพรมเทพ แต่เล็กกว่าเป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ของเกาะสีชังมีสะพานที่ทอดยาวยื่นออกไปยังแหลมให้เดินชมวิวรวมทั้งสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลมซึ่งเต็ม ไปด้วยหินกลมขนาด ต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

หาดถ้ำเขาพัง
ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ มีที่นั่งพักผ่อนและร้านอาหารทะเล ริมหาดหลายร้าน

แหลมจักรพงษ์
เป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่ง เลยหาดถ้ำพัง ไปทางทิศตะวันตก ใช้เส้นทางเดียวกันกับเส้นทางไปหาดถ้ำพัง บริเวณริมฝั่ง ทะเลจะเป็น โขดหินขนาดใหญ่ สวยงาม เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามและมีจุดพักของ นักท่องเที่ยวปลูก เป็นกระโจมเล็กๆกลมกลืนกับ บรรยากาศ ได้อย่างสวยงามสมและลงตัว

 

การเดินทางไปเกาะสีชัง

1. รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายบางนา – ตราด มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี จากตัวเมืองชลบุรี มุ่งหน้าสู่บางแสน (หลักกิโล เมตรที่ 104 ท่านจะถึงแยกขวามือเข้า หาดบางแสน ) จากทางเข้าหาดบางแสน ขับตรงไปประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึง ห้าง โรบินสันศรีราชา ซึ่งอยู่ทางขวามือของท่าน ( ตรงห้างโรบินสัน คือ หลักกิโลเมตรที่ 117 ) จากนั้นให้ เลี้ยวขวาตรง ห้างโรบินสัน จากนั้นขับตรงไปยังท่าเรือเกาะสีชังประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงท่าเรือ
**หากท่านต้องการค้างคืนสามารถจอดรถไว้ืที่ฝั่งเกาะลอยๆได้**

2. รถโดยสารสาธารณะ
สามารถขึ้นรถได้ 2 แห่ง คือ
– สถานนีเอกมัย นั่งรถกรุงเทพ – สัตหีบ หรือกรุงเทพ – ศรีราชา หรือ กรุงเทพ – พัทยา แล้วไปลงที่ หน้าห้าง โรบินสัน ศรีราชา จากนั้นเดินข้ามฝั่งไปยังห้างโรบินสัน แล้วนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างหรือสามล้อเครื่องไปยังท่าเรือจรินทร์
– สถานีหมอชิตรถออกทุกครึ่งชัวโมง ตั้งแต่เวลา 05.00-20.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ที่มีรถออกตั้งแต่ 04.30 น.

จากศรีราชาไปยังเกาะสีชัง(ท่าเรือเทววงศ์)
หมายเหตุท่าเรือเกาะลอยปิดปรับปรุงเป็นเวลา 2 ปี เริ่ม 3 มิย 59 นักท่องเที่ยวที่มาเกาะสีชังให้ไปขึ้นทีท่าเรือท่าเรือจรินทร์ ท่าเรือไม่มีที่จอดรถ หากใครขับรถมาเอง แนะนำให้ไปจอดรถที่เทศบาลเมืองศรีราชาแล้วต่อรถมายังท่าเรือ ค่าเรือคนละ 50 บาท เรือออกทุกชั่วโมงถึง1ทุ่ม

การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างไกลกันพอสมควร นักท่องเที่ยวจึงนิยมเช่ามอเตอร์ืไซต์หรือสามล้อ เครื่อง สกายแลป (นั่งได้ 3- 4คน) ค่ารถมอเตอร์ไซต์วันละ 250 บาท ค่ารถสกายแลป 250 บาท โดยแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวดังนี้ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ช่องเขาขาด รอยพระพุทธบาท หาดถ้ำพัง พระจุฑาธุราชฐาน โดยสามารถอยู่แต่ละจุดตามความเหมาะสม หลังจากนั้นโทรเรียก สกายแลป มารับและไปยังจุดหมายต่อไป
**ราคาค่ารถอาจมีการเปลี่ยนแปลง